ศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่ยากอย่างที่คิด ค้นหาโรงเรียนสอนภาษากว่า 600 แห่ง ใน 6 ประเทศ

แชร์เทคนิค! เขียน CV เพื่อสมัครขอทุน

14 พฤษภาคม 2562 สหราชอาณาจักร โรงเรียนสอนภาษา นักเรียน ทิปส์

SI-English แชร์เทคนิค! เขียน CV เพื่อสมัครขอทุน จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ไปอ่านกันเลย ลองดู CV คืออะไร? ใช้ทำอะไร? เขียนอย่างไร?

scholarship

การสมัครขอทุนการศึกษา

การขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษาข้อมูลของทุนนั้นให้ดีและพิจารณาคุณสมบัติของเราว่าเหมาะสมพอหรือไม่ด้วย SI-English ทำขั้นตอนการสมัครขอทุนมาให้น้องๆ แล้วดังนี้

  • เอกสาร : เตรียมให้พร้อม สิ่งที่ต้องมีอันดับแรกๆ ก็คือ Statement of purpose, transcript, จดหมายรับรอง (Letter of Recommendations) และผลการสอบวัดระดับทางภาษา
  • คุณสมบัติ : ลองเช็คดูคุณสมบัติเบื้องต้นของเราว่าเหมาะกับทุนนั้นหรือไม่ เช่น บางทุนอาจต้องการผู้มีประสบการณ์การทำงาน หรือบางทุนอาจเปิดรับสมัครเฉพาะนักศึกษาจาก EU เท่านั้น ถ้าคุณสมบัติของเราไม่ตรงกับทุนจะได้ไม่ต้องเสียเวลา และอย่าลืมอ่าน FAQs (Frequently Asked Questions) หากมีข้อสงสัย
  • Social media : ลองใช้สื่อโชเชียลให้เกิดประโยชน์ อาจจะค้นหาจาก Google ถามเพื่อนๆ ผ่าน facebook หรือหาอ่านกระทู้เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทุนนั้น เว็บไซต์ของผู้ที่เคยได้ทุน (Alumni) ก็มีประโยชน์เพราะคนที่เคยได้ทุนก็พร้อมแบ่งปันความคิดเห็นหรือเทคนิคเพื่อสมัครทุนนั้นๆ
  • จัดการข้อมูล : เมื่อเราสมัครทุนของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ควรแยกข้อมูลการรับสมัครและคุณสมบัติต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อยตามหลักสูตรที่เราสมัครรวมถึงตรวจสอบวันปิดรับสมัครของแต่ละสถาบันให้แน่นอน

CV เขียนอย่างไร?

การเขียน CV เป็นการเขียนเรื่องราวชีวิต ประวัติส่วนตัวโดยสังเขป สิ่งที่ควรจำไว้เลยนั่นก็คือ เราควรที่จะต้องใส่ข้อมูลในเชิงลึกของประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงานต่างๆของตัวเรา ซึ่งก็อาจจะรวมไปถึงงานเขียน งานวิจัย งานกิจกรรมต่างๆที่คุณเคยทำ รวมไปถึงผลงานหรือรางวัลต่างๆที่คุณเคยได้รับมาทั้งหมด ดังนั้นการเขียน CV จึงนิยมเขียนให้มีความยาวตั้งแต่ 2 หน้าขึ้นไปนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้เป็นเอกสารเพื่อสมัครขอทุนต่างๆจากหน่วยงานรัฐ หรือสมัครงานในด้านวิชาการ เช่น การสอนได้อีกด้วย

เนื้อหาที่ต้องมีใน CV

สิ่งที่สำคัญในการสมัครขอทุนการศึกษา นอกเหนือไปจาก Transcripts , Prosonal Statement (จดหมายรับรอง) ก็คือ Curriculam Vitae (CV) เพราะเจ้า CV ตัวนี้จะเป็นเอกสารที่บอกถึงความสามารถ ความสำเร็จ กิจกรรมที่เราเคยทำมา และจะเป็นตัววัดว่าเราจะผ่านการคัดเลือกไหม? เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นก็จะมีเงื่อนไข ข้อกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ในการที่จะมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษา เราอาจจะต้องเตรียม CV ไว้ 2 แบบ คือ 2-3 A4 สำหรับส่งให้ทางมหาวิทยาลัยที่เราสมัคร และแบบไม่เกิน 1 A4 เตรียมไว้สำหรับขอจดหมายรับรองจากอาจารย์หรือหัวหน้างาน เขาจะได้เขียนรับรองเราได้อย่างเจาะจงและเหมาะสม ไปดูกันต่อเลยว่าใน CV ของเราเนี้ยต้องมีเนื้อหาอะไรบ้าง?

  • ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรที่ติดต่อได้ และอีเมล์ แนะนำว่าให้ใช้อีเมล์ที่เป็นชื่อและนามสกุลของตัวเองเพราะจะได้ดูเป็นทางการ และทางเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจะได้จัดเก็บข้อมูลของเราได้ง่ายๆ
  • ประวัติการศึกษา (Education) ใส่สถาบัน โรงเรียนที่เคยเรียน หลักสูตร ระยะเวลา และผลการเรียน
  • ประสบการณ์ทำงาน (Work experience) เคยทำงานอะไรบ้าง มีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรที่เราดูแลระหว่างทำงาน 
  • ประสบการณ์การทำวิจัย (Research experience) หากน้องๆ คนไหนที่เคยทำวิจัย ก็สามารถใส่ข้อมูลส่วนนี้ได้ค่ะ มีวิจัยเรื่องไหนบ้างและได้ผลลัพธ์อย่างไร
  • กิจกรรมนอกหลักสูตร (Extracurricular activities)  ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม ชมรม หรือการช่วยเหลือชุมชนต่างๆ สามารถนำมาใช้ตรงส่วนนี้ได้
  • รางวัล เช่น ใบประกาศนียบัตรจากหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ
  • Skills เช่น ทักษะความสามารถด้านภาษา ด้านคอมพิวเตอร์ การทำงานเป็นทีม ในส่วนนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสมัครมาก ยกเว้นทุนหรือมหาวิทยาลัยต้องการคนที่เคยทำงานวิจัยในห้องแลปหรืออื่นๆ
  • References จดหมายรับรองจากอาจารย์หรือเจ้านาย

โดยปกติแล้ว CV ทั่วไปถูกแบ่งเป็นเนื้อหาตามที่กล่าวมา แต่น้องๆ สามารถสร้างความแตกต่างให้กับ CV ของเราได้ โดยการแสดงออกถึงความสามารถและความเป็นตัวเราให้มากที่สุด เขียนถึงจุดแข็งของเราที่เมื่อกรรมการได้อ่านแล้วจะรู้สึกถึงจุดแข็. ข้อดีของความสามารถนั้นทันที ที่สำคัญ! อย่าโกหกเด็ดขาดเพราะถ้ามีการสัมภาษณ์ทางกรรมการย่อมทราบความจริงอยู่ดีค่ะ

สิ่งที่ควรคำถึงในการเขียน CV

  • กระชับ ชัดเจน การเขียน CV ไม่ควรเขียนประโยคที่มีความซับซ้อน เยิ่นเย้อ โดยให้เขียนสิ่งที่คุณอยากให้คณะกรรมการได้รับรู้ไปเลย โดยจะเน้นไปในการเขียนเกี่ยวกับเรื่องทักษะหรือความสามารถที่จำเป็น รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ นอกจากนี้ควรเขียนให้มีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน และรวมถึงการใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไปโดยอาจจะเขียนในชัดเจนไปเลยว่า สิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากงานที่คุณต้องการสมัครนั้นคืออะไร ลองฝึกจากการเขียน Essey ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะคะ
  • ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา จำไว้เลยว่าการเขียนทุกอย่างลงไปใน CV ต้องเป็นความจริงเท่านั้น เนื่องจากสถาบัน บริษัทหรือองค์กรและหน่วยงานต่างๆ พวกเขาสามารถตรวจสอบในสิ่งที่คุณเขียนลงไปได้อย่าง 100% ทั้งเรื่องประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา รางวัลต่างๆที่คุณได้รับ ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่คุณควรเขียนสิ่งที่เป็นความจริงลงไปเท่านั้น โดยเฉพาะในเรื่องของประสบการณ์ในการทำงาน
  • ใช้ภาษา และเครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง ไม่ว่าเราจะเขียน CV เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษก็ตามแต่ สิ่งที่คุณควรระมัดระวังมากที่สุดก็คือในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษนั่นเอง เพราะจงจำไว้เลยว่าเราควรเขียนให้เป็นภาษาเขียน รวมถึงการเลือกใช้คำศัพท์ การสะกดคำ รวมถึงเรื่องไวยากรณ์และการใช้ Tense ต่าง ๆ เพราะทั้งหมดนี้จะแสดงถึงทักษะความรู้ด้านภาษาของคุณนั่นเอง นอกจากนี้การใช้เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยอาจจะใช้การทำตัวหนาหรือการขีดเส้นใต้ในข้อความที่สำคัญ หรือการทำตัวบางเพื่อให้อ่านได้ง่าย เพราะทั้งหมดนี้จะทำให้ CV ของเราดูดี เป็นระเบียบเรียบร้อยน่าอ่านนั่นเอง
  • เขียนให้น่าอ่าน สร้างสรรค์ และทันสมัย สมัยนี้การเขียน CV ธรรมดาอาจจะดูเรียบง่ายไปหน่อย ซึ่งหากคุณมีโอกาสสมัครงานที่เกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้ออกแบบ CV ของคุณให้ดูดี มีสไตล์ตามความต้องการของคุณ แต่ก็ให้ระวังในเรื่องการเลือกใช้ตัวอักษรเพราะควรเลือกใช้ตัวอักษรที่อ่านง่าย และการจัดรูปแบบของ CV ก็ไม่ควรซับซ้อนจนเกินไปเพราะจะทำให้คนอ่านงงก็เป็นได้

 ตรวจสอบข่าวสารโปรโมชั่นกันก่อนได้ที่นี่ เรารวบรวมทั้งคอร์สและโรงเรียนในหลายประเทศ!

เริ่มเขียน CV ขอทุนกันเลย!

  • เขียน CV ของตัวเองเสร็จแล้ว ลองอ่านจดหมายของเพื่อนที่เคยสมัครทุน หรือดูตัวอย่างจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อที่เราจะได้เห็นโครงสร้างในการเขียนหลายๆ แบบ การอธิบายความคิด แล้วปรับของตัวเองดู ให้เพื่อนช่วยอ่าน ตรวจ ให้คำแนะนำ

  • เขียนให้เป็นระบบ พยายามตอบคำถามที่ทางสถาบันกำหนดแล้วเชื่อมต่อกับมุมมองที่น่าสนใจของตัวเราเอง

  • เขียนในสิ่งที่แตกต่างจากเอกสารอื่นๆ เช่น ทำไมเราถึงอยากเรียนรู้ในสิ่งที่เรากำลังสมัคร และเราจะทำอย่างไร เมื่อเราสำเร็จการศึกษาจากทุนที่เราได้รับแล้วในอนาคต

  • หลังส่งใบสมัครและเอกสารไปยังสถาบันแล้ว อย่าลืมที่จะติดต่อกับทางสถาบันให้แน่ใจว่าทางสถาบันได้รับเอกสารของเราครบเรียบร้อยแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เวลาที่เหมาะสมในการส่ง Email ถึงทางสถาบันคือ  8:00-9:00 น. หรือ 14:00-15:00 น. (ถือเป็นเวลาท้องถิ่นของสถาบัน)

การสมัครขอทุนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป หากใครที่มีความตั้งใจ เตรียมพร้อม คุณสมบัติตรง พี่ๆ เชื่อว่า กรรมการต้องพิจารณาแน่นอนค่ะ หากคนไหนที่พลาดทุนก็ไม่ต้องเสียใจ ถ้าทำเต็มที่แล้ว รอทุนตัวใหม่ หรือรอบหน้าก็ได้

สำหรับน้องๆ คนไหนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการไปศึกษาต่อด้านภาษาในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา สหรัฐอเมริกา และไอร์แลนด์ สามารถกดลงทะเบียนกับ SI-English ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อขอรับคำแนะนำจากเราฟรีได้แล้วตั้งแต่วันนี้

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ขั้นตอนการหาทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ

How to save money! วิธีประหยัดเงินเมื่อต้องไปเรียนเมืองนอก

เปรียบเทียบค่าครองชีพ UK - USA เรียนที่ไหน สบายกระเป๋ามากกว่า

© SI-English | All rights reserved | Privacy Policy