ศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่ยากอย่างที่คิด ค้นหาโรงเรียนสอนภาษากว่า 600 แห่ง ใน 8 ประเทศ

ข้อแตกต่างของ Visa นักเรียน (ไปเรียนภาษา) ระหว่าง อังกฤษ(UK) ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา (ปี 2018)

21 พฤศจิกายน 2561 สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา วีซ่า นักเรียน

สำหรับน้องๆ ที่กำลังตัดสินใจจะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมใน ออสเตรเลีย อเมริกา หรือสหราชอาณาจักร อาจกำลังสงสัย หรือมีความข้องใจเกี่ยวกับการสมัครวีซ่าของแต่ละประเทศอยู่ SI-English จึงขอรวบรวมเรื่องของวีซ่าของประเทศยอดฮิตเหล่านี้ ทั้ง AustraliaUK และ USA มาให้อ่านเปรียบเทียบกันคร่าวๆ อีกครั้ง และหากน้องๆ มีความสนใจ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนภาษาในต่างประเทศและเรื่องของวีซ่า ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ SI-English ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เอาล่ะ! ไปดูความแตกต่างของ Visa สำหรับนักเรียนที่ไปเรียนในโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในแต่ละประเทศกันเลย

ข้อแตกต่างของ Visa นักเรียน ระหว่าง AustraliaUK และ USA

visa

1. ชนิดของวีซ่านักเรียนของแต่ละประเทศ

Australia

สำหรับประเทศออสเตรเลีย หากน้องๆ เลือกไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษระยะสั้น ไม่เกิน 3 เดือน สามารถขอเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวได้ ไม่ต้องขอวีซ่านักเรียน ซึ่งสะดวกและประหยัดเวลากว่า ส่วนวีซ่านักเรียนหรือ Student Visa ในประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะไปเรียนภาษาหรือศึกษาต่อในระดับและสาขาอะไร จะเป็นประเภท 500 เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

UK

สำหรับน้องๆ ที่ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษอย่างเดียวในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกินหกเดือน แนะนำให้สมัครเป็นประเภท Student Visitor Visa (SVV) / Short Term Student (STS) แต่ถ้าระยะเวลานานกว่านั้น เช่น 6 -11 เดือน แนะนำเป็น Extended Student Visitor Visa (ESVV) ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม เข้าไปดูใน การยื่นขอวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนต่อในสหราชอาณาจักร 

USA

แนะนำให้สมัคร วีซ่า F-1 วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าหลักที่ออกให้แก่นักเรียนส่วนใหญ่ ในกรณีที่ต้องการเข้าเรียนในสหรัฐอเมริกาตามสถานศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้ว รวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ผ่านการอนุมัติ ก็ต้องใช้วีซ่าประเภท F-1 เช่นกัน

2. การยื่นขอสมัครวีซ่า

Australia

ยื่นผ่านระบบออนไลน์ ที่ ImmiAccount เท่านั้น ข้อมูลเพิ่มเติม การยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย

UK

ยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เช่นกัน ที่เว็บไซต์ visa4uk.fco.gov.uk จากนั้นนัดยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา ในส่วนนี้หากน้องๆ มีข้อสงสัย แนะนำให้ ลงทะเบียนเพื่อขอคำปรึกษาจากพี่ๆ ได้เลย สะดวกกว่าและไม่มีค่าใช้จ่าย

USA

ยื่นออนไลน์ โดยกรอกใบสมัคร DS-160 ที่เว็บไซต์  travel.state.gov แล้วชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นเตรียมตัวสำหรับการนัดสัมภาษณ์ต่อไป อ่านขั้นตอนและรายละเอียดได้ที่ ขั้นตอนการขอวีซ่าเรียนต่ออเมริกา (VISA F-1)

ด่วน ! Promotion คอร์สเรียนภาษาจากต่างประเทศ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2561

3. เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

Australia

เอกสารที่ใช้ในการสมัครประกอบด้วย

  • ใบสมัครที่กรอกข้อมูลทุกอย่างอย่างครบถ้วน (print out)
  • หลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายในการสมัครวีซ่า
  • สำเนาพาสปอร์ต
  • ผลการตอบรับจากสถานศึกษาที่สมัครเข้าเรียน
  • เอกสารแสดงหลักฐานทางการเงิน (Statement)
  • เอกสารการประกันสุขภาพ
  • เอกสารการตรวจอาชญากรรม
  • รูปถ่ายที่ใช้ในการทำพาสปอร์ตจำนวน 4 รูป

UK

เอกสารที่ใช้ในการสมัครประกอบด้วย:

  • แบบคำร้องขอวีซ่าออนไลน์ (print out)
  • พาสปอร์ตพร้อมรูปถ่าย
  • หลักฐานรับรองความสามารถด้านภาษาอังกฤษ
  • หลักฐานยืนยันสถานะทางการเงินในการชำระค่าเล่าเรียน
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ (ต้องเป็นรูปที่มีฉากหลังสีขาว และถ่ายมาไม่นานเกิน 6 เดือน)
  • เอกสารประกอบการสมัครอื่นๆ แยกตามประเภทวรีซ่า
  • ฉบับแปลและสำเนาของเอกสารทุกชิ้น

USA

เอกสารที่ใช้ในการสมัครประกอบด้วย

  • หนังสือเดินทางหรือ Passport ที่ถูกต้อง
  • แบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม SEVIS และ MRV
  • รูปถ่ายสำหรับหนังสือเดินทาง ตามที่กำหนด
  • แบบฟอร์ม SEVIS I-20

4. การทำงานพิเศษระหว่างการเรียน

Australia

ที่ออสเตรเลีย น้องๆ ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง (หรือ 40 ชั่วโมง ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการแบ่งกะของนายจ้าง) สามารถศึกษาเพิ่มเติมในบทความ นักเรียนไทยสามารถทำงานในประเทศออสเตรเลียได้กี่ชั่วโมง และ 4 งาน Part-time ยอดนิยมสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลีย

UK

จากกฏระเบียบใหม่ๆ ของ Tier 4 (General) Student Visa ซึ่งมีผลใช้ตั้งแต่ สิงหาคม 2015 ไม่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติที่ไม่ได้เรียนในระดับปริญญา หรือ Higher Education ทำงานพิเศษได้ครับ

USA

จริงๆ แล้ววีซ่านักเรียนหรือวีซ่า F-1 ไม่อนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ทั่วๆ ไป จะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นงานในแคมปัส หรืองานที่ได้รับการว่าจ้างจากโรงเรียนเท่านั้น  และไม่เกิน 40 ชั่วโมงสัปดาห์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

จากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วนั้น น้องๆ คงจะพอเห็นขั้นตอนการยื่นสมัครวีซ่าของแต่ละประเทศ และความแตกต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยกันไปบ้างแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมศึกษากฏระเบียบต่างๆ ในการยื่นขอวีซ่าให้รอบครอบ ทั้งเรื่องของเอกสารและการปฏิบัติตนต่างๆ 

หากน้องๆ มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนสอนภาษาทั้งในประเทศ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา รวมถึงนิวซีแลนด์ ไอร์แลนด์ และแคนาดา สามารถลงทะเบียนเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม ได้จากพี่ๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อต่างประเทศของ SI-English ได้ตลอด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตรียมตัวยังไงให้พร้อม...ก่อนไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ!

4 วิธีก้าวข้าม Culture Shock และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ เมื่อไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

เลือกคอร์สภาษาอังกฤษอย่างไรให้ตรงใจคุณ!

© SI-English | All rights reserved | Privacy Policy